Life of Pi : ชีวิตมหัศจรรย์ของพาย

Life of Pi : ชีวิตมหัศจรรย์ของพาย

Life of Piเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมได้ออกไปดูภาพยนตร์ที่เพื่อนๆ ไม่มีใครชวนดู นั่นก็คือเรื่องชีวิตมหัศจรรย์ของพาย — Life of Pi พอดูไปได้ซักพักก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันท้าทาย criticism เสียจริงๆ เลยตั้งใจว่าจะเขียนวิจารณ์หนังเรื่องนี้ แต่พอกลับมาก็เผลอหลับไป แบบไม่รู้ตัว ถือว่าผิดหลักการของตัวเองมาก เพราะปกติไม่เคยวิจารณ์หนังข้ามวันซักที

ถึงแม้คนที่ไม่เคยอ่าน Life of Pi ฉบับหนังสือก็ตาม แต่แค่ชื่อเรื่องก็พอคาดเดาได้ว่าเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นแนวเดียวกับ A Curious Case of Benjamin Buttons ที่จะมาเล่าอัตชีวประวัติอันแสนเหลือเชื่อของตัวละครเอก แต่ผิดคาด เพราะเรื่องนี่สอดแทรกประเด็นความเชื่อและศาสนาไว้แน่น และมากมายหลายศาสนาจริงๆ เล่นเอาพ่อหนุ่มเบนจามินที่มาพร้อมเวลาย้อนกลับของดิชั้นเงิบไปเลยทีเดียวค่ะ

คำเตือน !! มีการเปิดเผยเนื้อหาของเรื่อง หากไม่อยากเสียอรรถรสก่อนชมกรุณาข้าม

เนื้อเรื่องกล่าวถึงชีวิตของ พิซซีน พาเทล เด็กที่เกิดและโตในสวนสัตว์ วันที่เขาเกิดกิ้งก่าตัวหนึ่งในสวนสัตว์เกิดหลุดจากกรง และถูกนกจิกตาย พ่อของเขาได้ตั้งชื่อเขาตามสระว่ายน้ำในฝรั่งเศสโดยมีการเท้าความไปถึงมามาจี ลุงและครูสอนว่ายน้ำของเขา ที่เป็นนักสะสมสระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำที่ใดสวย มามาจีต้องไปว่ายให้ได้ และสระว่ายน้ำที่ชื่อพิซซีน พาเทล คือสระว่ายน้ำที่ทุกคนที่แสวงหาความสุขในชีวิตต้องไปว่ายให้ได้ พ่อของพิซซีนรู้สึกว่าชื่อนี้โดนใจอย่างแรง จึงเอามาตั้งเป็นชื่อลูกชายคนที่สองของตนเองค่ะ เป็นไงล่ะคะ แค่ที่มาของชื่อพี่เค้าก็แฝงอะไรต่อมิอะไรไว้เต็มไปหมด

มามาจีนี้เอง ที่เป็นคนแนะนำนักเขียนนิยายคนหนึ่งที่รู้สึกหมดไฟในการเขียน ให้มาพบเจอกับพิซซีน เพื่อจะได้มีแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องใหม่ของเขา พิซซีนเล่าเรื่องของเขาตั้งแต่วัยเด็ก ที่เพื่อนๆ ในโรงเรียนของเขาไม่ได้ทราบความหมายอันลึกซึ้งในชื่อของเขา แต่กลับล้อเลียนและเรียกเขาว่า พิซซิ่ง (pissing) ที่แปลว่าฉี่ พิซซีนรู้สึกอับอายและพยายามหาทางแก้ไขเรื่องนี้ด้วยตนเอง โดยตั้งชื่อเล่นของตนว่า พาย

พายมีภูมิหลังทางครอบครัวที่พิเศษ พ่อของเขาเนื่องจากเกิดในวรรณะที่ต้อยต่ำในอินเดีย พ่อเขาจึงไม่มีความเชื่อมั่นใด ๆ ในศาสนา พร้อมทั้งยืนกรานว่า ในสิบปี วิทยาศาสตร์จะพิสูจน์สิ่งที่ศาสนาทำไม่ได้ในรอบ 10,000 ปี ส่วนแม่ของเขานับถือศาสนาฮินดู และถูกตัดจากครอบครัว เพราะมารักกับพ่อของพาย ซึ่งมีวรรณะต่ำกว่า ถึงกระนั้น ทั้งคู่ก็ยังมีความเชื่ออยู่เต็มเปี่ยมในรูปแบบที่ต่างกันไป พ่อของพายที่ยืนยันว่าตนไม่เชื่อศาสนา แต่เขากลับสาปแช่งพ่อครัวที่ไม่ยอมทำอาหารมังสวิรัติให้ทานให้ตกนรกหมกไหม้ ขอให้พระเจ้าลงโทษ นั่นนี่ ทั้งที่เขาประกาศว่าศาสนาคือความมืดบอด ส่วนแม่ของเขาพาพายไปดูพิธีของศาสนาฮินดูพิธีหนึ่งคือพิธี “วิษณุอนันตศายิน” หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันว่า นารายณ์บรรทมสินธุ์ ซึ่งนั่นทำให้พายเชื่อมั่นในวิษณุ(นารายณ์) และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้พบกับโบสถ์ศาสนาคริสต์และก็ทำให้เขาเลื่อมใสในพระเจ้าที่ยอมเสียสละลูกของตนมาเพื่อไถ่บาปมนุษย์ และยังประทับใจในพิธีกรรมละหมาดที่ทรงพลังของอิสลามอีกด้วย ซึ่งนั่นทำให้พ่อเขาแย้งว่า “การเชื่อในหลายสิ่ง คือการไม่เชื่อในสิ่งใดเลย” เหตุการณ์ที่สำคัญในชีวิตของพายถูกรวบรวมมาเล่าราวกับไม่มีวันจบสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการได้เสือตัวใหม่มาที่สวนสัตว์ อันมีชื่อแปลกประหลาดว่า ริชาร์ด ปาร์คเกอร์ เสือตัวที่พ่อเขาใช้เป็นบทเรียนสอนให้เขารู้จักความกลัว หรือการได้พบเจอกับอนันดี สาวน้อยนางรำเพื่อบวงสรวงเทพเจ้า หญิงสาวผู้ทำให้เขารู้จักความรัก

ชีวิตของพายเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อเทศบาลตัดงบประมาณสนับสนุนสวนสัตว์ของพ่อเขา พ่อเขาจึงตัดสินใจขายสัตว์ทั้งหมด เพื่อเดินทางไปยังแคนาดา กับเรือที่ชื่อว่า tsimtsum พร้อมกับคนจำนวนหนึ่ง และสัตว์ส่วนใหญ่ในสวนสัตว์ของเขา มองไปก็คล้ายเรือของโนอาห์ไม่น้อย ปัญหาที่เกิดขึ้นบนเรือคือครอบครัวของพายเป็นมังสวิรัติ แต่คนครัวไม่ยอมทำอาหารมังสวิรัติให้ จนเกิดทะเลาะกัน ดังที่เล่าไปข้างต้นไปแล้ว ไม่นานจากนั้น พายุก็เข้าอย่างรุนแรง พายสนใจในปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ จึ่งตื่นขึ้นมาดูที่ดาดฟ้าเรือ แต่สิ่งที่เขาพบคือเกิดเสียงดังปึงปังท่ามกลางคลื่นยักษ์ที่ถาโถม และเรือก็เริ่มจม จากนั้น การเดินทางของเขาพร้อมเสือเบงกอลที่มีชื่อว่าริชาร์ด ปาร์คเกอร์ก็เริ่มขึ้น

หลายคนถกกันว่า จริง ๆ แล้วพายเชื่อมั่นในศาสนาใดกันแน่ บ้างก็ว่า พายเลือกที่จะเชื่อมั่นในคริสต์มากกว่าในตอนท้าย แต่สำหรับการตีความผ่านสายตาของดิชั้นแล้ว คิดว่าพายนั้น ไม่เชื่อในศาสนาใดเลย  ——– ที่กล่าวเช่นนั้น เพราะว่า 227 วันในการเดินทางของเขานั้น มันได้ทำให้เขาเสื่อมศรัทธาในทุกศาสนา

  • เขาเฝ้าภาวนาเพรียกร้องถึงพระเจ้า ทวงถามว่าพระเจ้าต้องการสิ่งใดและเขาก็ยังยิงคำถามที่ว่า เขาสมควรเชื่อมั่นต่อไปหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้น่าจะหมายถึงความเชื่อมั่นในพระเจ้า ตามแบบคริสต์ แต่พระเจ้าเหล่านั้นกลับหันหลังให้เขา เขายิงพลุขอความช่วยเหลือจากเรือเดินสมุทรลำหนึ่ง แต่ถึงแม้เขายิงจนพลุหมด เรือลำนั้นก็กลับไม่ช่วยเหลือ แนวคิดนี้จับจิตขึ้นมาก็ตอนนี้แหละ ที่เขาพูดว่าจงอย่าหยุดเชื่อมั่น พร้อมกับยิงพลุไฟลูกสุดท้ายขึ้นฟ้าไป  เมื่อพลุไฟมอดลง ความเชื่อมั่นของเขาก็ได้หายไปเสียแล้ว
  • หรือเมื่อครั้งที่เขาได้พบเกาะประหลาดกลางทะเล เกาะนั้นก็ช่างมีรูปลักษณ์คล้ายกับคนนอนกลางมหาสมุทรอย่างจงใจ มันช่างคล้ายกับวิษณุนอนกลางเกษียรสมุทรในตำนานของฮินดู นอกจากนี้ตกดึกเขาก็ได้พบซี่ฟันของมนุษย์ในช่อใบไม้บนเกาะนั้น ช่างตรงกับตำนานที่วิษณุสร้างพรหมขึ้นเสียจริง และผลท้ายแบบที่ไม่ต้องคาดเดามากคือ พายหันหลังให้เกาะ พอ ๆ กับที่ศรัทธาในวิษณุของเขาได้เสื่อมคลายไป
  • ความเชื่อความศรัทธาต่าง ๆ ของพายต่างถูกทดสอบในมหาสมุทรอันเวิ้งว้างที่มีเพียงเขาเและเสือที่พ่อของเขาสอนให้เกรงกลัวตั้งแต่เด็ก ความกลัวของเค้าก็แปรเปลี่ยนมาเป็นความเชื่อมั่น บางคนก็บอกว่าความเชื่อของเขา หลอมรวมมาในรูปแบบที่เรียกว่า beyond intouchable god คือตัวริชาร์ด ปาร์คเกอร์ เป็นลัทธิบูชาเสือ ว่างั้น แต่ที่ท้ายสุดมา เขาก็เสื่อมศรัทธาในริชาร์ด ปาร์คเกอร์  ในวันที่เสือเบงกอลตัวโตเต็มวัยได้เดินไปจากเขาในวันที่เขาขึ้นฝั่งในเม็กซิโก
  • นอกจากนี้แล้ว บางเรื่องพายก็เลิกเชื่อมั่นไปเสียดื้อ ๆ เช่นเรื่องความรัก เห็นได้จากการที่พายได้นำด้ายแดงที่อนันดีมอบไว้ให้เป็นพยานแห่งรักแรก (ด้ายแดงคือพรหมลิขิตใช่ใหมเธอ) ไปมัดทิ้งไว้บนเกาะประหลาดนั้น
  • User Manual ของเรือช่วยชีวิตที่เขาอาศัยมานั้น กลับใช้ประโยชน์ใด ๆ ไม่ได้เลยในสถานการณ์จริง ช่างทำลายความเชื่อมั่นความศรัทธากันเสียจริง

โดยสรุปแล้วหนังเรื่องนี้ท้าทายความเชื่อของคน ว่าพระเจ้าของคุณ คุณ คุณ ทั้งหลายนั้น ช่วยเหลือคุณได้จริงหรือแม้แต่ในเพื่อนมนุษย์ก็เถอะ เช่นตอนที่พายเขียนขอความช่วยเหลือใส่ในกระป๋อง แต่กระป๋องนั้นก็ไม่เคลื่อนไปใหนเลย ดังนั้น ชีวิตมนุษย์นั้นจะขอความช่วยเหลือจากใครได้หรือ นอกจากตัวเอง สุดท้ายนั้น ตัวเองนี่แหละ ที่ต้องเป็นที่พึ่ง เป็นที่เชื่อมั่นของตนเอง จากหนุ่มน้อยมังสวิรัติต้องมาล่าปลาเพื่อประทังชีวิต มันตะหงิดนิด ๆ ว่าล้อเลียนเรื่องตำนานเจหอยนางรมของกวนอิมนะ หรือการขอขมาหลังฆ่านั้น ฉันคิดไปเองหรือเปล่าไม่รู้ว่ามันล้อเลียน เอวา จาก Avartar นิด ๆ เหมือนกันนะ อย่างไรก็ตามหลายๆ เสียงเลือกจะบอกว่า ตัวของพายเชื่อในศาสนาของฉันต่างหาก แต่ในความรู้สึกของฉันเรื่องนี้ทำออกมาเหยียดทุกศาสนาในคราวเดียวชอบกล

สิ่งที่ชอบ

  1. ภาพสวยมากถึงมากที่สุด ต้องยอมอั้งลี่เค้าล่ะค่ะ ทั้งแบบ 3D ที่ทำออกมา แต่มั่นใจว่าถึงไม่ใช่ 3D ภาพก็จะยังสวยไม่น้อยทีเดียว
  2. ช่างตระการตาเสียจริงกับเหล่าสัตว์เลี้ยง น่ารักบ้าง น่ากลัวบ้าง แต่ใส่มาได้พอดีมากตั้งแต่การเปิดเรื่องแล้วค่ะ
  3. หนุ่มน้อยพาย สื่ออารมณ์ออกมาได้ดีมากทีเดียวค่ะ เห็นภาพ coming out of age ชัดเจน
  4. ภาษอังกฤษสำเนียงอินเดียที่ปรากฏตลอดเรื่อง มันฟังพิลึก แต่ทำให้เรื่องสมจริงได้อย่างประหลาด
  5. “การเชื่อในหลายสิ่ง คือการไม่เชื่อในสิ่งใดเลย” ยกให้เป็น the best qoute ของเรื่องนี้จริง ๆ ค่ะ

สิ่งที่ไม่ชอบ

  1. ฉากจมของเรือ tsimtsum ทำได้ไม่สมจริงเท่าใหร่
  2. ตัวเสือ ริชาร์ด ปาร์คเกอร์ ทำได้ดี สมจริง แต่มาพลาดเอาฉากท้าย ที่เข้าใจว่าต้องการให้เสือดูป่วย โทรม แต่มันทำให้เสือตัวนั้นกลายเป็นเสืออีกตัว ไม่ใช่ริชาร์ด ปาร์คเกอร์ที่ฉันคุ้นชิน อีกทั้งตอนที่มันทะยานเข้าป่าไปนั้นกลับดูเป็นซีจีหลอกตาชอบกล
  3. ความยาวของเรื่อง และการดำเนินเรื่องช่วงต้น เรียกอาการหาวชวนฝันได้ดีทีเดียว

ให้ทั้งหมด 9/10 ค่ะ ชอบจริง ๆ กับการเล่นประเด็นความเชื่อของคนแบบนี้

About these ads

7 ความเห็น

Filed under ไม่มีหมวดหมู่

7 responses to “Life of Pi : ชีวิตมหัศจรรย์ของพาย

  1. ขอบคุณค่ะ น่าสนใจดี .. กำลังเรียน discourse อยู่เลยค่ะ ช่วยได้มากจิงๆ ^^

  2. เด๋วตามไปดู อะนะ

  3. อยากดูมากก ก ยังไม่ได้ดูเลย

  4. NAMO

    หลังจากดูเรื่องนี้ สงสัยอยู่หลายเรื่องเลยค่ะ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ส่วนตัวไม่เข้าใจ
    คือในตอนที่พายจากลากับอนันดี เขาบอกว่าเขาจำเรื่่องที่เกิดในวันสุดท้ายที่อยู่ด้วยกันได้หมด แต่จำช่วงที่พูดลากันไม่ได้
    แต่ในตอนท้ายของเรื่อง พายกลับพูดว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่เขาพบเจอ สิ่งที่น่าเสียใจที่สุดคือการไม่ได้พูดลาก่อน
    ไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่พายพูดประโยคแรก ช่วยอธิบายหน่อยสิคะ

    เป็นหนังที่ดีมากๆๆๆ
    ดูแล้วประทับใจในตัวพายมากเลย
    พาย…ใจนายหล่อมาก 55555

  5. เยี่ยมทุกองค์ประกอบของภาพยนต์ครับ 5 ดาวเด็ม

  6. น่าจะเป็นเพราะ พาย บอกว่า จำช่วงเวลาที่จากลาอนันดีได้หมด แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองได้พูดลารึยัง ??

    แล้วมันก็นำไปสู่การสรุปความคิดของตัวละครในขณะที่สิ้นหวัง เปล่าเปลี่ยว ว่าคงไม่ได้บอกลาแน่ ๆ เลยรู้สึกเสียใจค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s